จป. คือใคร???

เขียนโดย : ณัฐธนนท์ เศรษฐ์กุลพาณิช
จป.วิชาชีพ
มีหลายๆท่านสอบถามเข้ามาเยอะมากเรื่องของ จป. เช่น ถามว่า จป.คืออะไร, อยากจะเป็น จป.ต้องทำอย่างไร อบรมที่ไหน อะไรประมาณนี้ ครับ
ผมก็เลย ขอเขียน ถึงอาชีพ จป.ของผม และของหลายๆท่านที่เป็น จป. ดังนี้ครับ
จป. ย่อมาจาก เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ในการทำงานครับ บางท่านอาจจะสับสน คิดว่าเป็น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
สำหรับ จป. ( เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ) นั้น เป็นตำแหน่งงานในสถานประกอบการซึ่ง กฎหมายบังคับให้ต้องมี ซึ่งรายละเอียดของกฎหมายที่กำหนดไว้ล่าสุด ให้อ่านตามนี้เลยครับ –>
![]()
จากกฎกระทรวงดังกล่าวจะเห็นได้ว่า มี จป.อยู่หลายระดับ ครับ แต่ที่ทำหน้าที่หลักๆเต็มเวลา ในด้านความปลอดภัย ก็คือ จป.วิชาชีพนั่นเอง ซึ่ง ถ้าดูจากกฎกระทรวงดังกล่าว กล่าวถึง จป.วิชาชีพไว้ดังนี้ครับ
ข้อ ๑๖ ให้นายจ้างในสถานประกอบกิจการตามข้อ ๑ (๑) ที่มีลูกจ้างตั้งแต่สองคนขึ้นไปและสถานประกอบกิจการตามข้อ ๑ (๒) ถึง (๕) ที่มีลูกจ้างตั้งแต่หนึ่งร้อยคนขึ้นไป แต่งตั้งลูกจ้างเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๑๗ ประจำสถานประกอบกิจการอย่างน้อยหนึ่งคน เพื่อปฏิบัติงานเฉพาะด้านความปลอดภัยการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ หรือภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่มีลูกจ้างตั้งแต่หนึ่งร้อยคนขึ้นไป แล้วแต่กรณี
อธิบายเพิ่มเติม :
กิจการดังต่อไปนี้ต้องมี จป.วิชาชีพ

* ข้อ ๑ (๑) คือ กิจการทำเหมืองแร่ เหมืองหิน กิจการปิโตรเลียมหรือปิโตรเคมี ) [ ลูกจ้างตั้งแต่สองคนขึ้นไป ]
* ข้อ ๑ (๒) ถึง (๕) คือ [ ลูกจ้างตั้งแต่หนึ่งร้อยคนขึ้นไป ]
(๒) การทำ ผลิต ประกอบ บรรจุ ซ่อม ซ่อมบำรุง เก็บรักษา ปรับปรุง ตกแต่ง เสริมแต่งดัดแปลง แปรสภาพ ทำให้เสีย หรือทำลายซึ่งวัตถุหรือทรัพย์สิน รวมทั้งการต่อเรือ การให้กำเนิดแปลง และจ่ายไฟฟ้าหรือพลังงานอย่างอื่น
(๓) การก่อสร้าง ต่อเติม ติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบำรุง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร สนามบินทางรถไฟ ทางรถราง ทางรถใต้ดิน ท่าเรือ อู่เรือ สะพานเทียบเรือ ทางน้ำ ถนน เขื่อน อุโมงค์ สะพาน ท่อระบาย ท่อน้ำ โทรเลข โทรศัพท์ ไฟฟ้า ก๊าซหรือประปา หรือสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ รวมทั้งการเตรียมหรือวางรากฐานของการก่อสร้าง
(๔) การขนส่งคนโดยสารหรือสินค้าโดยทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และรวมทั้งการบรรทุกขนถ่ายสินค้า
(๕) สถานีบริการหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงหรือก๊าซ
จะเห็นได้ว่าตามข้อ ๑ กิจการ ตั้งแต่ (๖ ) – ( ๑๔ ) ไม่จำเป็นต้องมี จป.วิชาชีพ ครับ

(๖) โรงแรม
(๗) ห้างสรรพสินค้า
(๘) สถานพยาบาล
(๙) สถาบันทางการเงิน
(๑๐) สถานตรวจทดสอบทางกายภาพ
(๑๑) สถานบริการบันเทิง นันทนาการ หรือการกีฬา
(๑๒) สถานปฏิบัติการทางเคมีหรือชีวภาพ
(๑๓) สำนักงานที่ปฏิบัติงานสนับสนุนสถานประกอบกิจการตาม (๑) ถึง (๑๒)
(๑๔) กิจการอื่นตามที่กระทรวงแรงงานประกาศกำหนด
ข้อ ๑๗ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพต้องมีคุณสมบัติเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(๑) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัย หรือเทียบเท่า
(๒) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี และได้ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิคขั้นสูงมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี และผ่านการอบรมและทดสอบตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนดจากหน่วยงานที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานรับรอง
(๓) เป็นหรือเคยเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพตามประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง ความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง ลงวันที่ ๓๑ มีนาคมพ.ศ. ๒๕๔๐ และผ่านการอบรมเพิ่มและทดสอบตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนดจากหน่วยงานที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานรับรองในหลักสูตรที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อ ๑๘ (๓) (๔) และ (๘) ทั้งนี้ ภายในห้าปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ
อธิบายเพิ่มเติม :
(๑) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีสาขาอาชีวอนามัย หรือเทียบเท่า
บางคนถามผมหลักสูตร ป.ตรี สาขาอาชีวอนามัย และความปลอดภัย มีด้วยหรือ จบมาแล้วเป็น จป. แบบพี่เนี่ย น้อง Engineer ที่บริษัทฯ ผมมันถาม มีครับปัจจุบันเปิดสอน อยู่หลายๆสถาบันฯ ให้ดูตาม Link นี่เลยครับ –> http://www.jorpor.com/W/Source.htm ( หากมีเพิ่มเติม จากที่มีอยู่ในหน้าเว็บ รบกวนช่วยแจ้งผมด้วยครับ จะเพิ่มเติมให้ ครับ )
จะเห็นว่ามหาวิทยาลัยแทบทุกแห่งจะมีเปิดสอนหลักสูตรนี้ทั้งนั้น เนื่องจาก ถือว่าเป็นอาชีพเดียวที่ กฎหมายกำหนดให้สถานประกอบการ ตาม (๑ ) – ( ๕ ) ต้องมี จบแล้วตลาดมีความต้องการค่อนข้างมาก
(๒) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี และได้ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิคขั้นสูงมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี และผ่านการอบรมและทดสอบตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนดจากหน่วยงานที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานรับรอง
สำหรับข้อนี้ คิดว่ายังไม่มีใครเข้าข่าย ข้อนี้แน่ๆ เพราะ เพิ่งกำหนดให้มี จป.เทคนิคขั้นสูงตามกฎหมายนี้ เมื่อ 21 มิ.ย. 2549 ต้องอย่างน้อย ถึง 20 มิ.ย. 2554 ก่อน ถึงจะครบทำงาน 5 ปี
(๓) เป็นหรือเคยเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพตามประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง ความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ และผ่านการอบรมเพิ่มและทดสอบตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนดจากหน่วยงานที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานรับรองในหลักสูตรที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อ ๑๘ (๓) (๔) และ (๘) ทั้งนี้ ภายในห้าปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ
ข้อนี้ หมายถึง เดิมประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง ความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ ( ปัจจุบันถูกยกเลิกไปแล้ว ) จะกำหนดให้ มีการอบรม เป็น จป.วิชาชีพ ได้ เพราะฉะนั้น จป.วิชาชีพ ที่มาจากการอบรมนี้ จะต้อง ไปอบรมเพิ่มเติม 42 ชม. และได้รับใบรับรองภายใน 20 มิ.ย. 2554 ( 5 ปี นับจาก 21 มิ.ย. 2549 )
โดยจะอบรมในหลักสูตรที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อ ๑๘ (๓) (๔) และ (๘) คือ
(๓ ) ประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการทำงาน
(๔) วิเคราะห์แผนงานโครงการ รวมทั้งข้อเสนอแนะของหน่วยงานต่าง ๆ และเสนอแนะมาตรการความปลอดภัยในการทำงานต่อนายจ้าง
(๘) ตรวจวัดและประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือดำเนินการร่วมกับบุคคลหรือหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นผู้รับรองหรือตรวจสอบเอกสารหลักฐานรายงานในการตรวจสอบสภาพแวดล้อมในการทำงานภายในสถานประกอบกิจการ
รายละเอียดดูได้จากที่นี่เลยครับ –>
![]()
อ้อ !!! บางคนถาม แล้วตัวผมละ เข้าข่ายคุณสมบัติ ข้อไหน อันนี้บอกได้เลย ครับ ผมเป็น จป. อบรมตามข้อ 3 ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง ความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ แต่ว่า มองการณ์ไกล เมื่อ 6 ปีที่แล้วเลย นำวุฒิ ป.ตรี วิศวกรรมไฟฟ้า ของผม ไปลงเรียน ต่อ จนจบปริญญาตรี อาชีวอนามัย และความปลอดภัย ก่อนที่กฏหมาย ฉบับนี้จะประกาศ ออกมา ได้ ป.ตรีมาอีกใบ ปัจจุบันเลย เข้าข่ายข้อ ( ๑ ) ครับ ไม่ต้องไปอบรม เพิ่มเติม 42 ชั่วโมง
ข้อ ๑๘ ให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) ตรวจสอบและเสนอแนะให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน
(๒) วิเคราะห์งานเพื่อชี้บ่งอันตราย รวมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันหรือขั้นตอนการทำงานอย่างปลอดภัยเสนอต่อนายจ้าง
(๓) ประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการทำงาน
(๔) วิเคราะห์แผนงานโครงการ รวมทั้งข้อเสนอแนะของหน่วยงานต่าง ๆ และเสนอแนะมาตรการความปลอดภัยในการทำงานต่อนายจ้าง
(๕) ตรวจประเมินการปฏิบัติงานของสถานประกอบกิจการให้เป็นไปตามแผนงานโครงการหรือมาตรการความปลอดภัยในการทำงาน
(๖) แนะนำให้ลูกจ้างปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือตามข้อ ๓
(๗) แนะนำ ฝึกสอน อบรมลูกจ้างเพื่อให้การปฏิบัติงานปลอดจากเหตุอันจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยในการทำงาน
(๘) ตรวจวัดและประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือดำเนินการร่วมกับบุคคลหรือหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นผู้รับรองหรือตรวจสอบเอกสารหลักฐานรายงานในการตรวจสอบสภาพแวดล้อมในการทำงานภายในสถานประกอบกิจการ
(๙) เสนอแนะต่อนายจ้างเพื่อให้มีการจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงานที่เหมาะสมกับสถานประกอบกิจการ และพัฒนาให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
(๑๐) ตรวจสอบหาสาเหตุ และวิเคราะห์การประสบอันตราย การเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญอันเนื่องจากการทำงาน และรายงานผล รวมทั้งเสนอแนะต่อนายจ้างเพื่อป้องกันการเกิดเหตุโดยไม่ชักช้า
(๑๑) รวบรวมสถิติ วิเคราะห์ข้อมูล จัดทำรายงาน และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการประสบอันตราย การเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญอันเนื่องจากการทำงานของลูกจ้าง
(๑๒) ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในการทำงานอื่นตามที่นายจ้างมอบหมาย
สำหรับหน้าที่ จป.วิชาชีพ ทั้ง 12 ข้อ นี้ เดี๋ยวค่อยติดตามกันวันหลัง ดีกว่าว่า พอมาเป็น จป.วิชาชีพ คุณต้องทำอะไรบ้างครับ
ปล. ถ้าอ่านแล้วช่วย Comment แนะนำ ติ ขม หน่อยนะครับ จะได้มีกำลังใจ เขียนต่อ ไปเรื่อยๆ ครับ ขอบคุณครับ …





















