Archive For The “Traffic Safety” Category
อุบัติเหตุรถปิคอัพ เทกระจาด จากคลิป จะเป็นลักษณะของการขับรถลงเขา หรือเนิน เลยขอนำบทความนี้มาเป็นความรู้กันครับ การขับ รถขึ้นเขาไม่เท่ากับการขับรถลงเขา ผู้ขับขี่จะต้องมีทักษะค่อนข้างสูงถึงจะสามารถควบคุมรถได้อย่างปลอดภัยไม่ เพียงแต่ผู้ขับขี่จะต้องมีทักษะที่ดีแล้ว รถยนต์ก็มีส่วนสำคัญที่จะทำให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น การที่รถยนต์ขาดการบำรุงรักษา หรือ มิได้ใช้เวลานาน ไม่เพียงแต่สมรรถนะจะไม่สมบูรณ์แล้ว ก็จะทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้โดยเฉียบพลัน ดังนั้น ทั้งผู้ที่ขับขี่และสภาพของรถยนต์ที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการขับรถลงเขา ผู้ขับขี่ การขับลงเขานั้น แน่นอนที่สุดรถจะพุ่งลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก ยิ่งเป็นทางตรงรถจะพุ่งเร็วและทวีคูณเพิ่มขึ้น ถ้าเป็นทางโค้ง (ส่วนมากก็จะโค้ง) สภาพถนนคดไป-มา ก็มีความอันตรายอีก ดังนั้น ผู้ขับขี่จะต้องควบคุมรถให้มีความปลอดภัยสูงสุด สำหรับ ผู้ขับขี่มือใหม่ ไม่ควรขับขี่เด็ดขาด ยกเว้น จำเป็นจริงๆ เพราะโอกาสการเกิดอุบัติเหตุสูงมาก ถ้าหลีกเลี่ยงได้ควรหลีกเลี่ยง และในการขับขี่ ไม่ควรเหยียบเบรก หรือ แตะเบรกตลอดเวลา (ก็มีไม่น้อยที่กระทำเช่นนี้) การกระทำเช่นนี้จะไม่เป็นผลดีต่อระบบเบรก เพราะจะทำให้เบรกไหม้และเสียหายในที่สุด นอกจากนั้น จะทำให้น้ำมันเบรกมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น จะส่งผลต่อลูกยางเบรก ทำให้เสียหาย (เบรกแตก) และไม่สามารถทำการเบรกได้ในที่สุด สังเกตไหมครับว่า ระยะทางที่ขับลงเขานั้น จะมีช่องทางพิเศษและช่องทางพิเศษนั้นเอาไว้สำหรับกรณีที่รถยนต์เกิดการเบรก แตก หรือ เบรกไม่อยู่ [...]

10 things to do when driving collision. 1. หยุดรถ ให้หยุดรถทันที แม้ว่าจะเห็นว่าเป็นอุบัติเหตุเล็กน้อยเพียงใด อย่าเลื่อนรถจนกว่าจะตกลงกันได้ว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นจากสาเหตุใด และใครเป็นคนผิดหรือถ้าจะให้ดีควรรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาทำการตีเส้นอุบัติเหตุก่อน แล้วจึงค่อยเลื่อนรถ เว้นแต่จะเกิดอุบัติเหตุในที่เปลี่ยว ในกรณีนี้ให้คุณจดเลขทะเบียนรถคู่กรณี สี ยี่ห้อ ตำหนิ เวลาและสถานที่เกิดเหตุเอาไว้ แล้วขับต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงที่ชุมชน หรือพบตำรวจ อย่าจอดรถในที่เกิดเหตุเป็นอันขาด เพราะเคยมีเหตุการเจ้าของรถถูกจี้ หรือถูกทำร้ายบ่อยๆ เมื่อลงจากรถ หลังเกิดเหตุในที่เปลี่ยว Stops. To stop immediately. Although that is just a small accident which Do not move the car until it agreed that Accidents arising from any [...]

การเบรคแต่ละครั้งต้องทำเช่นไร การเบรคแบ่งเป็น 2 แบบหลัก คือ เบรกเพื่อชะลอความเร็วและเบรคเพื่อหยุดรถ และเพื่อความปลอดภัย ก่อนเบรคควรประเมินสถานการณ์ด้านหน้าและด้านหลังให้ดีซะก่อน เพื่อที่น้ำหนักในการเบรคจะได้เป็นไปอย่างเหมาะสม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการขับขี่ เรามาดูกันดีกว่าว่าการเบรคแต่ละครั้งต้องทำเช่นไร เบรคเพื่อชะลอความเร็ว น้ำหนักในการเบรคต้องสัมพันธ์กับความเร็วของรถยนต์คันอื่น ๆ ไม่ควรกดเบรคหนักจนความเร็วลดลงมากเกินไป เพราะจะทำให้สิ้นเปลืองทั้งเวลาและน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะถ้าหากว่าเครื่องมีความเร็วลดลงมากเกินและกลับมาเร่งความเร็วอีกทีจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าปรกติ แต่ก็ไม่ควรแตะเบรคเบาเกินไปจนขาดความปลอดภัย เบรคเพื่อหยุดในสภาพปรกติ ควรแตะเบรคล่วงหน้า ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการส่งสัญญาณไฟเบรคเตือนให้รถยนต์ที่ตามมาคันหลังได้เตรียมตัวเบรคที่สำคัญไม่ควรขับเข้าไปใกล้คันหน้าและกดเบรคอย่างรุนแรง เพราะอาจจะทำให้รถเสียการทรงตัว ซึ่งจะทำให้เกิดความสึกหรอในชุดได้เบรคสูง หรือบางทีรถยนต์คันหลังที่ตามมาอาจเบรคไม่ทันจนชนท้ายรถของคุณก็เป็นได้ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ควรหยุดให้ใกล้รถยนต์คันหน้ามากที่สุด เพื่อรถยนต์ที่ตามมาด้านหลังจะได้มีระยะในการเบรคมากขึ้น และสำหรับรถยนต์เกียร์ธรรมดา ต้องเหยียบคลัตช์เมื่อตอนรถยนต์เกือบหยุดแล้วเท่านั้น เพราะการเหยียบเบรคไปพร้อมกับการเหยียบคลัตช์นั้น เปรียบเสมือนการเหยียบเบรคไปพร้อมกับปลดเกียร์ว่าง ซึ่งเครื่องยนต์ที่ถูกปลดออกจากการขับเคลื่อนจะไม่สามารถหน่วงช่วยในการเบรคได้ โดยจะทำรถยนต์มีแรงเฉื่อยเพิ่มขึ้น เบรคต้องทำงานหนักขึ้น และระยะทางในการหยุดรถก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน เบรคในขณะที่ยังค้างอยู่ในเกียร์ขับเคลื่อน เครื่อง ยนต์ยังใช้รอบการหมุนหน่วงความเร็วของตัวรถยนต์อยู่ จึงควรเริ่มเหยียบคลัตช์เมื่อรถยนต์ใกล้หยุดสนิท เพื่อไม่ให้เครื่องยนต์ดับ ส่วนเกียร์อัตโนมัติก็กดเบรกอย่างเดียว ไม่ควรปลดเกียร์ว่างแล้วเบรคเพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายในชุดเกียร์ได้ การลดเกียร์ลงต่ำ เพื่อช่วยเบรคเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะจะทำให้รอบเครื่องยนต์สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์เกิดความสึกหรอมากกว่าปรกติ หรือเกิดความเสียหายได้ ล้อขับเคลื่อนที่หมุนด้วยความเร็ว เมื่อถูกหน่วงด้วยเครื่องยนต์ เพลาขับจะได้รับแรงบิดสูง อาจทำให้เพลาขับสึกหรอมากกว่าปรกติ ไม่ว่ารถของคุณจะมีระบบความปลอดภัยราคาแพงเท่าไร แต่ถ้าหากคุณขับโดยความประมาท อุปกรณ์ราคาหลายล้านก็ไม่อาจจะช่วยคุณได้ ทางที่ดีที่สุดเลยก็คือ [...]

ขับรถลุยฝน…ยิ่งเร็วยิ่งเสี่ยง…เบรกพรวดมีปัญหา เป็นคนไทยอยู่เมืองไทย คงจะหนีฤดูฝนอันยาวนานไม่ได้ เชื่อว่าน้อยคนนักที่ชอบการขับขี่รถท่ามกลางสายฝน เพราะนอกจากทัศนะวิสัยจะไม่ดีแล้ว โอกาสเกิดอุบัติเหตุยังสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณตั้งมั่นอยู่ในความประมาท หลีกเลี่ยงไม่ได้ยามฝนตกหรือหลังฝนหยุดตกใหม่ ๆ ที่จะมีการขังของน้ำตามจุดต่าง ๆ บนผิวถนน อุบัติเหตุบนท้องถนนหลายครั้งเกิดจากน้ำขัง การวิ่งด้วยความเร็วสูงผ่านแอ่งน้ำ จะทำให้เกิดอาการล้อแฉลบหรือเรียกว่าการเหิรน้ำ ซึ่งจะทำให้รถสูญเสียการทรงตัว ทางเดียวในการแก้ไขก็คือ อย่าตกใจ และต้องไม่กระแทกเบรกลงไปอย่างรุนแรง โดยให้ทำการควบคุมรถให้อยู่ในเส้นทางให้ได้มากที่สุด แต่ทางที่ดีที่สุดก็คือ การป้องกัน โดยไม่ขับรถเร็วผ่านแอ่งน้ำที่ขังอยู่ การใช้เบรกก็เช่นกัน หากรถคุณไม่มีระบบเบรกเอบีเอส ไม่ควรขับขี่แบบที่ต้องมีการเบรกกระทันหัน หรือหากจำเป็นควรเบรกแบบกดปล่อยกดปล่อย ซึ่งแน่นอนระยะทางในการเบรกต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน แต่รถคุณก็จะไม่ไถลจนสูญเสียการทรงตัว และถ้าใครรู้สึกว่าหลังลุยฝนแล้วเบรกลื่น ๆ ก็ให้ย้ำเบรกบ่อย ๆ เพื่อให้ผ้าเบรกร้อนหรือแห้ง รถดับกลางน้ำท่วม…ทำยังไงดี กลายเป็นเรื่องปกติสำหรับเมืองไทย ที่ฝนตกแล้วต้องน้ำท่วม บางครั้งเราต้องขับรถลุยน้ำก้นครึ่งค่อนล้อ รถสวนน้ำกระเฉาะเข้าห้องเครื่อง แล้วจู่ ๆ เครื่องก็ดับเอาดื้อ ๆ งานนี้จะไปต่อต้องเปียกอย่างเดียวเลยครับ เหตุที่รถดับเอาดื้อ ๆ ก็เพราะน้ำเข้าไปในเครื่อง จานจ่ายก็เปียกจนหยุดทำงาน ทางเดียวที่สามารถทำได้เมื่อเครื่องดับก็คือ เข็นรถหลบไปในที่แห้ง ๆ ข้างทาง ใช้ผ้าแห้งซับที่คอยล์ และจานจ่ายให้แห้ง ให้มั่นใจนะครับว่าแห้งดีแล้ว [...]

แม้ใช้ความระมัดระวังในการเดินทางอย่างดีแล้ว แต่ก็อาจเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นได้จากหลายสาเหตุ การรับมือและแก้ไขที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสียหายลงได้ 1.ยางแตก เมื่อยางระเบิดหรือแตกกระทันหัน ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงความเร็วใด ต้องจับพวงมาลัยให้มั่นคง พยายามรั้งไว้ให้ตรงทิศทาง อย่ากระชากเด็ดขาด ไม่ตกใจกดเบรกอย่างกระทันหัน เพราะรถยนต์อาจหมุนปัดเป๋เสียการทรงตัวได้ ให้ถอนคันเร่ง การลดความเร็ว สามารถใช้เบรกได้เพียงเบา ๆ และต้องเหยียบสลับกับการปล่อย เพื่อไม่ให้น้ำหนักถ่ายลงด้านหน้ามากเกินไป ถ้ายางที่แตกไม่ใช่ล้อขับเคลื่อน ก็สามารถใช้เกียร์ช่วยในการลดความเร็วได้ หากต้องการเปลี่ยนยาง ควรดึงเบรกมือก่อนการขึ้นแม่แรง ป้องกันรถยนต์ไหล แต่ถ้ามีที่สูบลมติดรถยนต์ไว้ และยางที่แบนไม่ได้รั่วเป็นรูขนาดใหญ่ ก็สามารถสูบลมยางให้แข็งกว่าปกติสัก 5-10 ปอนด์/ตารางนิ้ว และค่อย ๆ ขับต่อไปจนถึงร้านเปลี่ยนยางก็ได้ 2.เบรกแตก รถยนต์ทุกรุ่นในปัจจุบัน ใช้น้ำมันเบรกเป็นตัวถ่ายทอดแรงดันระหว่างการกดของเท้าไปยังผ้าเบรก เสมือนเป็นระบบไฮดรอลิกชนิดหนึ่ง ดังนั้นจึงอาจมีการรั่วซึมขึ้นได้จากการรั่วของลูกยางตัวใดตัวหนึ่งหรือท่อน้ำมันเบรกรั่ว การถ่ายทอดแรงดันก็จะสูญเสียลงไป ระบบเบรกมักแบ่งการทำงานออกเป็น 2 วงจร อาจเป็นแบบล้อคู่หน้าและล้อคู่หลัง หรือเป็นแบบไขว้ล้อหน้าซ้าย-ล้อหลังขวา และล้อหน้าขวา-ล้อหลังซ้าย เผื่อว่าวงจรใดวงจรหนึ่งชำรุด เพื่อให้ระบบยังมีประสิทธิภาพการทำงานหลงเหลืออยู่บ้าง ดังนั้น เมื่อเบรกแตกหรือน้ำมันเบรกเกิดการรั่ว ส่วนใหญ่มักหลงเหลือประสิทธิภาพการทำงานอยู่หลายสิบเปอร์เซ็นต์ หรืออีกไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งในอีกวงจร ตั้งสติให้มั่นคง เมื่อเหยียบแป้นเบรกลงไปแล้วลึกต่ำกว่าปกติ ต้องเหยียบซ้ำแรง ๆ และถี่ ๆ เพื่อใช้แรงดันในวงจรที่เหลือยู่ [...]
